ไหว้พระเก้าวัดต้อนรับปีใหม่กันเถอะ :D
posted on 06 Jan 2010 17:06 by toeiitoeyสวัสดีค่ะทุกท่าน
คงไม่ต้องแนะนำตัวใช่ไหม? เพราะมันคลิกดูตรง view my profile ได้ ฮา (ก็ตามนั้น)
บอกแค่ชื่อเล่นเอาไว้เรียกกันก็พอเนอะ ชื่อ 'เตย' ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนเล้ย *ยิ้ม*
จดๆ จ้องๆ จะเขียน blog ที่นี่มานาน ปีใหม่แล้วเลยถือฤกษ์เบิกโครงการซะที
ถึงจะไม่ค่อยรู้อะไรมากนัก การแก้ theme ก็เป็นไปอย่างทุลักทุเลมากมาย
แต่อารมณ์อยากเขียนมันแซงหน้าอารมณ์อยากแก้ theme เลยต้องลัดคิวมาก่อนนี่เอง
เมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมาเป็นวันปีใหม่ และปีนี้ก็เป็นปีที่สองที่ฉันและคุณแม่ไปไหว้พระเก้าวัดกัน
เลยเอามาเป็นประเด็นในการอัพ blog ครั้งแรกซะเลย
แอบหวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่อยากจะไปไหว้
เพราะในปีนี้ ถึงกรุงเทพมหานครจะจัดโครงการรถรางไหว้พระเก้าวัด ทำให้สะดวกขึ้นในการเดินทาง
แต่ในความเป็นจริงนั้นกล่าวคือ
- รถรางมีไม่เพียงพอต่อความต้องการจากคนที่ต้องการไปไหว้ร่วมพันคน
- มีอยู่สามวัดที่จะต้องข้ามฝั่งแม่น้ำไป แต่รถรางจะบริการให้ท่านเพียงไปส่งที่ท่าเรือเท่านั้น
- รถรางขับช้าและมาช้ามาก ทำให้อาจจะไม่ทันไหว้ทั้งหมดเก้าวัดในหนึ่งวัน
แต่ข้อมูลที่ฉันจะนำเสนอนี้ จะทำให้ท่านเห็นว่าเส้นทางบุญเก้าวัดนั้นไม่ยากอย่างที่คิด
และไม่ต้องจ่ายค่าแท็กซี่แพงๆ เสมอไป เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เชิญชม *ดุริยางค์บรรเลงมหาฤกษ์*
ศาลหลักเมือง
เริ่มจากการจอดรถที่สนามหลวง (ที่จอดกว้างขวางมาก ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีที่จอด ฮา)
เดินข้ามถนนมาสองสามเลนก็จะถึงแล้ว ง่ายดายม๊ากมาก
ข้อแนะนำ:
- อย่าหลงเชื่อแม่ค้าที่ขายดอกบัวด้านนอกศาล เพราะข้างในก็มีดอกบัวใหม่ๆ และเงินที่ได้ก็จะช่วยในการทำนุบำรุงศาลหลักเมืองด้วย (ในขณะที่ซื้อกับแม่ค้าก็กำไรแก่แม่ค้าล้วนๆ)
- ข้างในอุโบสถที่มีศาลหลักเมือง(ในรูปแรก) นั้น จะอนุญาตให้นำพวงมาลัยเข้าไปเท่านั้น ถ้าใครที่ซื้อดอกบัวมาก็ให้ไหว้ให้เสร็จเรียบร้อยข้างหน้าอุโบสถก่อน แล้วนำพวงมาลัยเข้าไปไหว้ข้างในอีกที
- วัตถุมงคลที่น่าเช่าได้แก่ ตะกรุดที่บรรจุมวลสารจากเทพารักษ์ทั้ง 5 และศาลหลักเมืองค่ะ ศักดิ์สิทธิ์มากๆเช่าองค์ละ 499 บาท หรือจะเป็นศาลหลักเมืองแบบจำลองก็มีหลายราคาให้เลือกนะ
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
'เพื่อจิตใจสะอาด ดุจรัตนตรัย'
เดินข้ามถนนจากศาลหลักเมือง ก็จะถึงวัดพระแก้วแล้ว
วัดนี้เป็นพระอารามหลวงที่มีความงดงามมากๆ เลยทีเดียว
แต่ข้างในไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปและบันทึกวีดีโอ (เก็บภาพข้างนอกมาอย่างเดียวก็สวยมากแล้วนะเนี่ย)
ด้านหน้าพระอุโบสถก็จะมีอ่างน้ำมนต์ให้นำดอกบัวไปจุ่มและพรมน้ำมนต์ตัวเองเพื่อเป็นสิริมงคลด้วย
ข้อแนะนำ:
- กางเกงสามส่วน, สี่ส่วน, ห้าส่วน, เลกกิ้ง(ถึงแม้จะขายาว), เสื้อแขนกุดไม่ได้เด็ดขาด
- หากใครต้องการจะใส่เสื้อแขนกุดไปจริงๆ ให้นำเสื้อคลุมไปทับด้วย
- รองเท้าทุกชนิด(รวมถึงรองเท้าแตะ) สามารถเข้าข้างในวัดพระแก้วได้นะคะ
- หากคิดจะใส่กางเกงขาสั้นแล้วไปเช่ากระโปรงหน้าวัด ขอบอกว่าราคามัดจำคือ 250 บาท
และราคากระโปรง 50 บาท อยากจะให้ถนอมเงินส่วนนี้ไว้ไปทำบุญวัดอื่นได้ และต้องทำใจหากคนให้เช่ากระโปรงจะนิสัยไม่น่ารักเท่าที่ควร - รถเข็นขายน้ำที่ขายอยู่ด้านหน้าวัดนั้นราคาจะแพงมากๆ (เช่น ชา lipton ขวดละ 25 บาท)
แนะนำให้เตรียมน้ำหวานไปดื่มเอง ดื่มแก้กระหายได้ดีนักแล
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)
'ร่มเย็นเป็นสุข'
เดินออกจากวัดพระแก้ว หันหน้าออกจาดวัดแล้วเดินไปทางขวา ข้ามถนนอีกหนึ่งครั้งก็จะถึงวัดโพธิ์
เป็นวัดที่มีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ที่มีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่สามในประเทศไทย
(ที่หนึ่งอยู่ที่ จ.สิงห์บุรี และที่สองอยู่ที่ จ.อ่างทอง)
เป็นวัดที่มีอุโบสถเล็กย่อยมากมาย ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำวันเกิดข้างใน
(เช่นรูปพระพุทธรูปปางนาคปรกที่ฉันถ่ายมาด้วย) และวัดโพธิ์ก็ยังเป็นวัดที่มีเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทยด้วย
นอกจากนี้ยังมีศิวลึงค์และพระปรางค์มากมายให้บูชาและเข้าชมกัน มีใส่บาตรสตางค์ด้วยนะ
นับว่าภายในวัดมีพื้นที่กว้างขวางมากเลยทีเดียว
ส่วนความสวยงามคงไม่ต้องพูดถึง ดูเอาตามรูปได้เลย ฮา
ข้อแนะนำ:
- ไอติม otop หน้าวัดอร่อยมาก หวานหอมสุดๆ แนะนำให้ลองชิม
- ห้องน้ำที่วัดโพธิ์นี้สะอาดที่สุดในเก้าวัด(สะอาดมากๆ) แนะนำให้เข้ากันไว้ก่อนที่จะไปวัดอื่น
วันอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง)
'ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน'
เดินออกมาจากอุโบสถวัดโพธิ์ ตรงมาทางประตูทางออกที่ใกล้ที่สุดแล้วเลี้ยวซ้าย
ข้ามถนนไปก็จะเจอกับตลาดท่าเตียน และนั่นหมายความว่าเราถึงท่าเรือท่าเตียนแล้วล่ะ
ซื้อตั๋วราคาคนละสามบาท ก็จะได้นั่ง(หรือยืน) ข้ามฝั่งไปที่วัดอรุณฯ
วัดอรุณฯ เป็นวัดที่มีพระปรางค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขอบอกว่าใหญ่จริง
สามารถขึ้นไปด้านบนได้กี่ชั้นตามใจปรารถนา (ส่วนฉัน ขึ้นถึงแค่ชั้นสองเริ่มขาสั่น..)
ส่วนตัวคิดว่าพระสงฆ์วัดอรุณฯ นั้นมีความเป็นกันเองมาก แนะนำญาติโยมในการทำบุญได้เป็นอย่างดี
แจกน้ำมนต์และพรมน้ำมนต์ มีสายสิญจน์ให้ผูกข้อมือรับปีใหม่ด้วย
นอกจากนี้ มีการถวายสังฆทาน และมีการบริจาคเงินซื้อตุง(ในรูปที่ฉันเขียนอยู่) ตามพิธีทางเหนือ
ราคาตุงละ 100 บาท เราจะได้เขียนทั้งชื่อ, วันเกิดและคำอธิษฐาน เพื่อนำไปทำพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป
เดินออกมาด้านนอก จะมีอนุสาวรีย์ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่สองด้วยค่ะ
ข้อแนะนำ:
- ต่อจากนี้เราจะต้องขึ้นเรือเพื่อไปอีกสองวัดอันได้แก่ วัดกัลยาณมิตรฯ และวัดระฆังฯ ถ้าไปเพียงวัดเดียวจ่ายเงิน 20 บาท แต่ถ้าไปทั้งสองวัดจ่าย 30 บาท เก็บตั๋วไว้ให้ดีๆ เพราะจะต้องใช้ในการฉีกออก และระวังในการขึ้นเรือให้มาก เพราะจะมีหลายบริษัทสัมปทานเรือข้ามฟาก ให้สังเกตเรือลำที่เราขึ้นและสีตั๋วของเราให้ดี โป๊ะเรือจะจุคนได้น้อย ให้ระวังโป๊ะจมด้วย(เนื่องจากคนจะเยอะสุดๆ) รอให้เรือของเรามาแล้วค่อยลงอย่างระวังนะคะ
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
'เดินทางปลอดภัยดี มีมิตรไมตรีที่ดี'
หลังจากขึ้นจากท่าเรือเรียบร้อย ก็จะเห็นวัดสไตล์จีนวัดนี้โดดเด่นมาแต่ไกลค่ะ
การไหว้พระนั้นจะใช้ทั้งเทียนแดง ธูปใหญ่ และดอกไม้(อุปกรณ์ในการไหว้พระเยอะมากๆ)
วัดนี้มีความโดดเด่นที่มีหนังสือธรรมมะที่น่าสนใจวางขายมากมายเลยทีเดียว
และหลวงพ่อพระประธานของวัด นั่นก็คือ หลวงพ่อโตหรือที่ชาวจีนนิยมเรียกว่า หลวงพ่อซำปอกง
มีความศักดิ์สิทธิ์และผู้คนนิยมบูชามาก ถ้าใครสนใจสามารถเช่าหลวงพ่อไปบูชาได้ภายในพระอุโบสถค่ะ
ในพระอุโบสถก็จะมีการพรมน้ำมนต์และมีฆ้อง, ระฆัง, กลองให้ตีกัน
เชื่อกันว่าถ้าตีดังๆ ชื่อเสียงความเจริญรุ่งเรืองก็จะดังเหมือนกลอง
เซียมซีวัดนี้น่าลองเสี่ยงทาย เพราะจะไม่เจอกับปัญหาใบเซียมซีหมดเหมือนวัดอื่น
เนื่องจากจะมีแปะไว้ให้อ่านหนึ่งใบถ้ามันหมดค่ะ(สังเกตดูแล้วว่าวัดอื่นจะไม่มี) ได้อ่านก็ยังดีเนอะ ฮา
นอกจากนี้ก็จะมีเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย, ความรัก, ความสำเร็จอื่นๆ มากมายให้ได้ปิดทอง
มีเคล็ดอยู่นิดหน่อยตรงเทพเจ้าแห่งความรำ่รวย ให้เปิดกระเป๋าเงินแล้วโกยตั้งแต่คอลงมาถึงท้องของเทพเจ้า
แล้วโกยลงกระเป๋าเราเลยค่ะ จะมีเงินใช้ไม่ขาดมือ ฮิฮิ
หลวงพ่อนั้นองค์ใหญ่มากจริงๆ และสวยงามมากๆ ขอบอก
คุณแม่ของฉันชอบวัดนี้มากที่สุดในบรรดาเก้าวัด (ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน)
ข้อแนะนำ:
- อย่านำธูปไปใส่ในมือของเทพเจ้าเหมือนที่นิยมทำกันนะคะ พี่ที่เก็บธูปบอกว่ามันทำให้รูปปั้นเสียหายได้
- ควันธูปที่นี่จะเยอะกว่าวัดอื่นอย่างเห็นได้ชัด(เนื่องจากใช้ธูปใหญ่ เทียนเยอะ) ก็ให้ระวังน้ำตาร่วงกันให้ดีๆ ฮา
- โป๊ะของวัดนี้จะมีขนาดเล็กกว่าวัดอื่น การขึ้นลงเรือให้ระวัง อย่าลงโป๊ะถ้าเรือของเรายังไม่มานะคะ
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
'ชื่อเสียงโด่งดัง มีคนนิยมชมชื่น'
นั่งเรือคราวนี้ เค้าจะพาเราอ้อมข้ามวัดอรุณฯ มาที่วัดระฆังแห่งนี้ค่ะ
ที่สังเกตได้ชัดก็คือที่นี่จะมีสัตว์น้ำให้เราปล่อยเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นหอยขม, ปลาต่างๆ
เชิญเลือกปล่อยตามความเชื่อได้ตามใจชอบกันเลยทีเดียว
พระประธานวัดนี้มีความสวยงามไม่แพ้วัดอื่นๆ
และถ้าหากจะมาวัดระฆังให้ครบสูตร อย่าลืมไปให้ถึงข้างหน้าองค์พระแล้วหยิบหนังสือคาถาชินบัญชรมาสวดนะคะ
เชื่อกันว่าถ้าสวดต่อหน้าพระประธานแล้วจะมีความศักดิ์สิทธิ์มากๆ เลย
เดินออกมาด้านนอก จะมีศาลพระเจ้าตากให้กราบไหว้ด้วยนะ
ข้อแนะนำ:
- หากอยากจะซื้อพวงมาลัยกลับบ้าน หรือนำเข้าไปไหว้พระประธาน ซื้อเลยค่ะ ที่นี่ราคาถูกและร้อยสวยที่สุดแล้ว
- โป๊ะเรือที่นี่ไม่มีนะคะ จะเป็นการลงเรือโดยลงทางหัวเรือ ให้ระมัดระวังมากๆ นะ
- จากนี้ จะต้องนั่งเรือข้ามฝั่งกลับไปท่าเรือท่าช้าง ค่าโดยสารไม่ต้องจ่ายค่ะ จะไปจ่ายตอนขึ้นฝั่งที่ตลาดทีเดียวเลย
วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร
'มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง'
ขึ้นฝั่งที่ท่าช้าง ทานอาหารกลางวันกันเสร็จเรียบร้อย
สิ่งที่ต้องทำจากนี้คือเลือกเลยค่ะ ว่าจะนั่ง taxi หรือตุ๊กๆ เพื่อให้ไปถึงวัดนี้ดี (ตามใจชอบเล้ย)
ฉัน คุณแม่และคุณป้าเลือกตุ๊กๆ ค่ะ 60 บาทจากตลาดท่าช้าง ถึงวัดโดยสวัสดิภาพ
จะสังเกตได้เลยว่าคนจะอออยู่หน้าวัดเยอะมากๆ เนื่องจากก่อนจะเข้าถึงตัววัดนั้น
จะมีศาลของเจ้ากรมบวรมหาสุรสิงหนาถอยู่ด้านหน้า ทำให้การเข้าออกลำบาก
ถึงตรงนี้ ให้เดินหันหน้าออกจะประตูวัดแล้วเลี้ยวซ้าย เดินไปเรื่อยๆ จนเห็นป้ายชื่อวัดที่สองแล้วเลี้ยวค่ะ
อ้อมเยอะหน่อย แต่เดินเข้าไปเรื่อยๆ แล้วเลี้ยวซ้ายก็ถึงวัดเหมือนกัน (เป็นการเข้าไปทางหลังวัดนะ)
อุโบสถวัดนี้มีความใหญ่กว่าวัดอื่น และมีเก้าอี้ให้นั่งกันอย่างสะดวกสบาย
นอกจากนี้พระเครื่องของวัดนี้ยังน่าเช่ามากๆ เนื่องจากความสวยงาม มีให้เลือกหลายราคา
และที่สำคัญที่สุด ชื่อของพระคือ 'สมเด็จฯ ชนะสงคราม'
แค่ชื่อก็กินไปกว่าครึ่งแล้ว ฮา
ข้อแนะนำ:
- ลูกชิ้นปลาและลูกชิ้นภายในวัด น้ำจิ้มใส่ผงชูรสเยอะมาก ไม่เหมาะแก่การรับประทานอย่างยิ่ง
วัดบวรนิเวศวิหาร
'พบแต่สิ่งดีงามในชีวิต'
จากวัดชนะสงครามฯ สามารถเดินเลาะถนนพระสุเมรุฯ มาถึงวัดบวรนิเวศได้นะคะ
ระยะทางปานกลาง(สามารถเดินได้จริงๆ เพราะเดินกันปีที่แล้ว) แต่ปีนี้เลือกตุ๊กๆ ค่ะ ฮา
อุโบสถที่สร้างใหม่ก็มีขนาดไม่ใหญ่นัก และได้มีการย้ายหลวงพ่อดำออกมาประดิษฐานด้านนอก
แต่สวยมากๆ เลยทีเดียว โดยเฉพาะพระประธานที่มีถึงสององค์ มีความงดงามมากๆ
มาถึงวัดนี้คนจะเริ่มน้อยแล้วล่ะ เดินชมวัดกันได้สบายๆ ค่ะ
วัดสุทัศนเทพวราราม
'มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป'
แต่จากวัดบวรนิเวศมาถึงวัดสุทัศน์นั้นเดินไม่ไหวแล้วนะ ต้องตุ๊กๆ หรือ taxi เท่านั้น
จะนั่งผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย(รูปบนสุด) และวัดนี้อยู่ตรงข้ามกับเสาชิงช้าเลยค่ะ
พระสงฆ์วัดนี้เป็นกันเองเหมือนวัดอรุณฯ มีการแจกวัตถุมงคลหายากจากการบริจาคเงินเพียงเล็กน้อย
มีกฐินให้ได้บริจาคเงินเพื่อปักลงบนหยวกกล้วย และแน่นอนว่าสวยงามไม่แพ้วัดอื่นเล้ย
มีหนังสือธรรมมะน่าสนใจจำหน่ายด้านนอกวัดด้วยค่ะ
ข้อแนะนำ:
- จะมีคนขายดอกไม้หน้าวัดสุทัศน์ด้วย ขณะนี้ให้ซื้อเข้าไปเลยค่ะ เพราะข้างในจะไม่มีให้ได้นำเงินบริจาคเพื่อซื้อดอกไม้ธุปเทียนแล้ว และดอกไม้ข้างนอกก็สวยมากๆ
- ไอติมไผ่ทองหน้าวัดอร่อยม๊ากค่ะ ฮิฮิ
ครบแล้วเนอะเก้าวัด อาจจะสงสัยกันว่าทำไมไม่ไปไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ??
ข้อแนะนำ(ประการสำคัญมาก) คืออย่าไป!!!
รับรองว่าถ้าไปไม่ได้เข้าไปไหว้แน่นอน คนทะลักออกมาหน้าถนนเลยทีเดียว
ไว้วัดตรุษค่อยไปไหว้ก็ได้นะ หรือจะไปเล่งเน่ยยี่แทนก็ได้
มีเทพเจ้ากวนอูและเล่าปีให้ไหว้เหมือนกัน ที่สำคัญราคาของเซ่นที่ศาลเจ้าพ่อเสือแพงมากๆ
ถ้าจะไหว้แก้ชงจริงๆ ให้ศึกษาจากหนังสือหรือ internet ก่อนแล้วพยายามจัดของไปเองดีกว่าเน้อ
ลำดับต่อไปเป็นหมวดไร้สาระ
ถ่ายระหว่างทางกลับจากวัดสุทัศน์ฯ ไปสนามหลวง
ด้านข้างที่เห็นคือกระทรวงกลาโหมนั่นเอง
เจ้าของ blog (ขนาดจัมโบ้)
เขินจังเลย ว่าแต่อยากเตะถังขยะข้างหลังทิ้งจัง
รูปถ่ายและรายงานโดยฉันเอง
และขอสวัสดีปีใหม่ชาว exteen ทุกคนค่ะ สวัสดี
edit @ 6 Jan 2010 18:07:33 by toeiitoey

สวัสดีปีใหม่เน้อ พี่ไปเค้าท์ดาวน์ที่สนามหลวงวันที่ 31 แล้ว ได้ยินประกาศชวนให้ไปไหว้พระเก้าวัดอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ได้ไปเพราะตื่นสาย ฮ่าๆ
#1 By olive on 2010-01-08 22:02